Home arrow News arrow Vibulkij News arrow องค์บาก2
Over Drive 16
ANGLE VOICE 2
YATAGARASU 14
คนผ่าเหล่าฯ 14
เลิฟช็อป! 1
หนีตายนรก 3/1 4
Scar Face 3
เนกิมะ 22
***Coming Soon!!***

องค์บาก2 พิมพ์ อีเมล์

แนวภาพยนตร์ : แอ็คชั่น โชว์ศิลปะการต่อสู้
บริษัทผู้สร้างและจัดจำหน่าย : สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล
อำนวยการสร้างบริหาร : สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ
ควบคุมงานสร้าง : ปรัชญา ปิ่นแก้ว, พันนา ฤทธิไกร
กำกับภาพยนตร์ : จา พนม ยีรัมย์, พันนา ฤทธิไกร
บทภาพยนตร์ : เอก เอี่ยมชื่น
นักแสดงนำ : จา พนม ยีรัมย์, สรพงษ์ ชาตรี, นิรุตต์ ศิริจรรยา, ศรัณยู วงษ์กระจ่าง, เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา, ปัทมา ปานทอง, พริมตา เดชอุดม, ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ

ปีพุทธศักราช 2546 "จา พนม ยีรัมย์" ต้นตำรับ "ไม่ใช้สลิง ไม่ใช้ตัวแสดงแทน และไม่ใช้ซีจี"

สร้างตำนานบทใหม่ของภาพยนตร์แอ็คชั่นไทยระดับโลก

ตลอดระยะเวลา 5 ปีเต็มที่ตำนาน “องค์บาก” ยังคงสร้างความตื่นตะลึงให้กับคนทั้งโลก...

มาจนถึงปีพุทธศักราช 2551 ตำนานของวีรุบุรุษ ผู้มาพร้อมกับจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้

ที่คนทั้งโลกเฝ้ารอคอยกำลังจะกลับมา

กับมหากาพย์ภาพยนตร์แอ็คชั่นพีเรียดที่ถูกบ่มเพาะมาทั้งชีวิต

สู่ผลงานการกำกับภาพยนตร์อย่างเต็มตัวครั้งแรกในชีวิตของ จา พนม ยีรัมย์

เรื่องราว...

"ว่ากันว่า ณ จุดเริ่มต้นของ ทุกสรรพสิ่งในใต้หล้า ทุกชีวิตล้วนต่างถือกำเนิดและดำเนินไป ภายใต้เส้นแห่งโชคชะตา ที่ถูกขีดเขียนไว้แล้ว จากใครบางคนที่อยู่เบื้องบน"

เฉกเช่นเดียวกับชีวิตของ "เทียน" เด็กหนุ่มที่ถือกำหนดในฤกษ์พระกาฬ คืนวันอังคาร ขึ้นเก้าค่ำ เดือนเก้า ปีขาล บุตรชาย เพียงคนเดียว ของขุนสีหเดโช (สันติสุข พรหมศิริ) นายทหารผู้ซื่อสัตย์ซึ่งจงรักภักดีต่อเหนือหัวและปกป้องผืนแผ่นดินจากเหล่าผู้ฉ้อฉลและคนทรยศ จากคำทำนาย ของพระครูปั้น เมื่อใดก็ตามที่เด็กหนุ่มเติบใหญ่ภายใต้วังวนแห่งคมดาบ และกลิ่นคาวเลือด จะนำมาซึ่ง ความสูญเสีย ของชีวิต และเลือดเนื้อของผู้คนจำนวนมาก ทำให้ขุนสีหเดโช สั่งห้ามมิให้ "เทียน" แตะต้องเหล่าสรรพวุธใดใด และส่งตัวไปให้ครูบัว(นิรุตติ์ ศิริจรรยา) เพื่อนสนิทซึ่งต่างเป็นลูกศิษย์ของพระครูปั้นเช่นเดียวกัน ช่วยบ่มเพาะสมาธิ เรียนรู้การหัดฝึกจิตให้นิ่ง และศึกษาในด้านวิชา โขนนาฏศิลป์ชั้นสูง ซึ่งถือกำเนิดมาก่อนพุทธศตวรรษที่ 16 และการจัดหาสมุนไพร ในการใช้ปรุงยาแทนโดยมีพิมลูกสาวของครูบัวคอยให้ความช่วยเหลือ และมีไอ้เหม็น (หม่ำ จ๊กมก) เป็นเพื่อนเล่น
แต่ดูเหมือนว่าชะตาเมื่อถูกลิขิตแล้ว ยากนักที่จะเปลี่ยนแปลง เพียงเพื่ออำนาจ และความต้องการ ครอง ความเป็นใหญ่ พระยาราชเสนา (ศรัณยู วงษ์กระจ่าง) ตัดสินใจวางแผนลอบสังหารขุนสีหเดโชทั้งครอบครัว พร้อมเหล่าทหารที่จงรักภักดีชนิดขุนรากถอนโคนด้วยตนเอง เพียงทว่าฟ้ายังมีตา ทำให้เทียนเล็ดรอดจากการสังหารหมู่อย่างหวุดหวิดพร้อมพกเอาความคลั่งแค้นที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจ

ระหว่างทาง เทียน ได้พบกับ เชอนัง (สรพงษ์ ชาตรี)หัวหน้ากองโจรผาปีกครุฑผู้ยิ่งใหญ่ช่วยชีวิตจากเหล่าพ่อค้าทาสและยักษ์ขมุจอมโหด โดยสังเกต เห็นแววตาความเป็นนักฆ่าและความสามารถในการต่อสู้ที่แฝงเร้น จึงยื่นข้อเสนอให้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในกองโจร พร้อมกับรับไปเป็นลูกบุญธรรม ให้การชุบเลี้ยงฝึกฝนเหล่าสรรพวิชาอาวุธ ในการต่อสู้ทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ด้วยมือเปล่า หมัดมวย การใช้เวทย์มนต์คาถา การใช้สรรพวุธทุกชนิด ดาบ กระบอง วิชากล การใช้ระเบิด ฯลฯ จากเหล่าปรมาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาวิชา

"เพียงทว่า เมื่อถึงจุดหนึ่ง ที่เรียกกันว่า จุดพลิกผันในชีวิต เจ้าแห่งชะตาชีวิตจักเป็นผู้กำหนดเส้นทางแห่งชีวิตสืบต่อไปด้วยตนเอง เมื่อนั้นความดีและความเลวที่สถิตย์อยู่ในตัวตนของแต่ละบุคคลจักทำหน้าที่ของมันสืบต่อไป"
วันเวลาผ่านไป "เทียน" (จา พนม ยีรัมย์)เติบใหญ่กลายเป็นหนุ่ม เป็นที่ยอมรับ และเป็นกำลังสำคัญ ของหมู่กองโจร ผาปีกครุตที่เข้าร่วมในการปฏิบัติภารกิจสำคัญทุกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาสามารถสยบช้างงาดำ ช้างศักดิ์สิทธิ์ ที่เหล่าชุมโจร ให้ความเคารพและสักการะ ในขณะเดียวกันกับที่เชอนังเองตั้งใจที่จะมอบตำแหน่งหัวหน้ากองโจรเพื่อให้เทียนเป็นผู้รับหน้าที่สืบทอดต่อไป เพียงทว่า ณ ช่วงเวลานี้มีเพียงภารกิจเดียวที่สำคัญที่สุดในชีวิต ที่เทียนจักต้องทำคือการขจัดความคลั่งแค้น ที่มันสุมอก และท่วมท้นอยู่ในจิตใจ มาโดยตลอดนั้น คือการมุ่งหน้าเพื่อสังหารเจ้าพระยาราชเสนาด้วยน้ำมือตนเอง

"ความเกลียดนำมาซึ่งความสูญเสีย ความกลัวตอกย้ำความอ่อนแอในจิตใจ และเมื่อใดที่อำนาจแห่งความชั่วร้ายเข้าครอบงำ อาวุธร้ายจะกลายเป็นดาบสองคมที่จะย้อนกลับมาทำลายตนเอง และเมื่อนั้นชีวิตก็จะสูญสิ้นความเป็นคน"

แต่ดูเหมือนว่าแผนที่เทียนวางไว้จะไม่เป็นไปอย่างที่คาดคิด ความเยาว์และความรุ่มร้อน หาได้เพียงพอต่อการหยั่งรู้ จิตมนุษย์ยากเร้นเกิดหยั่งถึง แผนการทั้งหมดหาได้รอดพ้นจากหูตาของเหล่าไพร่พลและขุนกำลังของพระยาราชเสนาไม่ ทำให้ให้เทียนถูกจับทรมานจนเกือบตาย

พละกำลังและความสามารถที่ถูกบ่มเพาะมาทั้งชีวิตถูกทำลายจนหมดสิ้น แต่ได้รับความช่วยเหลือจนรอดชีวิตจากพิมและครูบัว
เทียนถูกนำตัวไปยัง หมู่บ้านของครูบัวในหุบเขาที่ครั้งอดีต เขาเคยได้มีโอกาสเรียนรู้การบ่มเพาะสมาธิ การฝึกควบคุมร่างกาย กล่อมเกลา สภาวะแห่งจิต ให้นิ่ง ทุกสิ่งทุกอย่าง ได้หวนคืนกลับมาสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง เหมือนชีวิตได้ถือกำเนิดใหม่ขึ้นอีกครั้ง วันคืนค่อยๆ ผ่านพ้นไป พร้อมๆ กับสภาพร่างกายและจิตใจของเทียนได้รับการฟูมฟักฟื้นคืนกลับมาอีกครั้ง ครูบัวที่ปัจจุบันกลายเป็นพระบัว เปิดทางให้เทียน ได้ค้นพบกับปริศนาธรรม และความลับ บางประการที่แทรกตัวอยู่ในวิชานาฏศิลป์ชั้นสูงอย่าง "โขน" จนในท้ายที่สุด เทียนได้หล่อหลอม เอาจิตวิญญาณแห่งพลังศรัทธาสมาธิมาผสมผสานกับนาฏศิลป์โขนโบราณ ก่อเกิดเป็น“นาฏยุทธ”ศิลปะการต่อสู้ภายใต้รูปแบบที่อ่อนช้อย สง่างาม และทรงอานุภาพอย่างที่ยากจักหาสิ่งใดมาทัดเทียมและไม่เคยปรากฎขึ้นมาก่อน

"เหนือผืนพิภพในใต้หล้า ภายใต้พสุธาอันกว้างใหญ่ ว่ากันว่าศาสตราวุธที่ทรงอานุภาพที่สุด คือการบรรลุถึงจิตวิญญาณ อันบริสุทธิ์ที่ หลับใหล อยู่ในตัวตน ก่อเกิดจาก “พลังสมาธิจากจิตที่สงบนิ่ง" หลอมหลวมเข้ากับ "ศรัทธาอันแรงกล้า" จากธาตุทั้ง4นั่นคือ " ดิน น้ำ ลม ไฟ" ซึ่งแฝงเร้น อยู่ในธรรมชาติรอบกาย ภายใต้จิตแห่งความใฝ่ดีที่ไม่เคยดับสูญ

และนี่คือจุดเริ่มต้นของ "องค์บาก 2" ตำนานการต่อสู้แห่งจิตวิญญาณ ที่หลอมรวมพลังศรัทธาอันมุ่งมั่นที่ไม่เคยดับสูญ ของบุรุษผู้เกิดมาเพื่อเป็น ตำนาน

รายละเอียดและเกร็ดงานสร้าง

แก่นแท้ที่ถือได้ว่าเป็นหัวใจหรือธีมสำคัญของภาพยนตร์ในเรื่อง "องค์บาก ทั้งภาค 1และภาค2" ก็คือการนำเสนอและถ่ายทอดถึงภาพการต่อสู้ และเรื่องราว ของวีรบุรุษที่ต้องฝันฝ่าอุปสรรคนานัปการ เพื่อค้นหาสัจธรรมและความหมายที่แท้จริงของ “ศรัทธาแห่งการดำรงอยู่ของมนุษย์” “ความดี ความเลว” และสิ่งที่ถูกเรียกขานว่า "จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้"
กล่าวได้ว่า "องค์บาก2" ไม่เพียงเป็นภาพยนตร์ไทยแอ็คชั่นฟอร์มยักษ์ระดับโลกที่ทุ่มทุนสร้างสูงที่สุดเรื่องหนึ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นโปรเจ็คต์ ภาพยนตร์ไทยแอ็คชั่นที่คอหนังทั่วโลกต่างเฝ้ารอคอย หลังจากที่ชื่อของ "จา พนม ยีรัมย์ หรือโทนี่ จา แจ้งเกิดในฐานะ “พระเอกแอ็คชั่นฮีโร่คนใหม่ของโลกภาพยนตร์ ภายใต้สโลแกน ไม่ใช้สลิง ไม่ใช้ตัวแสดงแทน" จาก “องค์บาก” ภาพยนตร์แอ็คชั่นคลาสสิคระดับมาสเตอร์พีซที่ทำให้ภาพยนตร์ไทยแอ็คชั่นประสบความสำเร็จจนเป็นที่ยอม
รับเกิดเป็นกระแสครองความนิยมไปทั่วโลกถึงรูปแบบ เอกลักษณ์และวิถีใหม่ๆ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ "องค์บาก2" คือโปรเจ็คต์ภาพยนตร์แอ็คชั่นอย่างเต็มรูปแบบที่ "จา พนม" ใฝ่ฝันบ่มเพาะและคิดค้นมาทั้งชีวิต นับตั้งแต่ก่อนที่จะแจ้งเกิดจากภาพยนตร์เรื่อง "องค์บาก" ด้วยซ้ำ ภายใต้แนวคิดและความตั้งใจร่วมกับ ปรมาจารย์ผู้กำกับคิวบู๊แอ็คชั่น ที่สืบทอดกันมาอย่างพันนา ฤทธิไกร เพื่อให้เหล่าบรรดาแฟนๆ และคอหนังแอ็คชั่น จากทั่วโลกได้สัมผัสกับทุกรูปแบบ แห่งศิลปะการต่อสู้ที่ ล้วนแล้วแต่เป็นความสามารถเฉพาะตัวของจา พนมที่หลายคนยังไม่เคยสัมผัส มาก่อน ซึ่งผ่านการเรียนรู้ ฝึกฝน บ่มเพาะและสั่งสมประสบการณ์ มาทั้งชีวิตโดยนำมาคิดค้นประยุกต์และผสมผสานเข้ากับศิลปะการต่อสู้ในแนวทางต่างๆทั้งการต่อสู้ด้วยหมัด เท้า เข่า ศอก และส่วนต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งไม่ได้ มีเพียงศิลปะการต่อสู้ในรูปแบบแม่ไม้มวยไทยโบราณเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการใช้สรรพศาสตราวุธ นานาชนิดในการต่อสู้อย่าง คล่องแคล่ว ชำนาญการ ปรากฎ ให้เห็นเป็นครั้งแรกบนแผ่นฟิล์มไม่ว่าจะเป็น การต่อสู้ด้วยดาบ กระบี่ กระบอง ฯลฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไฮไลท์ ที่เป็นรูปแบบการต่อสู้ในแนวทางใหม่ ที่ถูกคิดค้นและผสมผสานขึ้นภายใต้ลักษณะและรูปแบบ การต่อสู้อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่เต็มไปด้วย ความอ่อนช้อย สวยงาม และดุดัน สำหรับ "องค์บาก 2" โดยเฉพาะ นั่นคือ "นาฎยุทธ"

รูปแบบการต่อสู้ที่ถูกคิดค้นและผสมผสานจากนาฏลีลาแห่งศิลปะชั้นสูงอย่างโขนมาผนวกรวมเข้ากับศิลปะการต่อสู้รูปแบบต่างๆ จนเกิดเป็น รูปแบบ การต่อสู้ที่เชื่อว่ายังไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน

นอกเหนือจากดีไซน์การต่อสู้ในรูปแบบต่างๆ แล้วยังกล่าว ได้ว่าการออกแบบฉากแอ็คชั่นต่างๆในภาพยนตร์เรื่ององค์บาก 2 ที่เกิดจาก ความคิดค้น ของตัวจา พนม และ พันนา ฤทธิไกร ทุกๆ ฉากล้วนแล้วเป็นความแปลกตาที่รับรองว่าจะสร้างความตื่นตะลึง และเป็นที่กล่าวถึง อย่างแน่นอน ด้วยวิธีการและวิช่วลทางด้านภาพที่น่าตื่นตาและเต็มไปด้วยความแปลกใหม่เพื่อเอาใจคอหนังแอ็คชั่นให้ได้ชมกันอย่างจุใจ ตลอดทั้งเรื่องสมกับที่ทุกคนรอคอย ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้โดยนำช้างเข้ามาเป็นองค์ประกอบสำคัญ รวมไปถึงการต่อสู้บนหลังช้าง , การต่อสู้ บนแพไม้กลางน้ำ ,การต่อสู้ท่ามกลาง หมู่บ้านกลางหุบเขา ฯลฯ

และแน่นอนว่าในส่วนของบทภาพยนตร์ได้รับความพิถีพิถันและให้ความสำคัญมากที่สุด เพื่อให้องค์บาก2 เป็นภาพยนตร์แอ็คชั่น ที่ได้รับการยอมรับ ทั้งในส่วนของงานแอ็คชั่นที่ยอดเยี่ยม งานสร้างที่ยิ่งใหญ่ภายใต้บทภาพยนตร์ที่ดีที่สุด พร้อมกับระดมบรรดา นักแสดงระดับ คุณภาพที่ล้วนแล้วได้รับการยอมรับในฝีไม้ลายมือในระดับแถวหน้ามาร่วมถ่ายทอดมิติความเข้มข้นและ ให้ชีวิตกับตัวละครต่างๆ โลดแล่น อย่างสมจริง อาทิ สรพงษ์ ชาตรี,นิรุตต์ ศิริจรรยา,ศรัณยู วงศ์กระจ่าง,สันติสุข พรหมศิริ,หม่ำ จ๊กม๊ก,ปัทมา ปานทอง ฯลฯ

ในด้านรายละเอียดงานสร้างของภาพยนตร์ได้ เอก เอี่ยมชื่น โปรดักชั่นดีไซน์เนอร์ผู้ออกแบบ งานสร้างมือ1ของเมืองไทย ที่มีผลงานสร้าง ระดับมาสเตอร์พีซมาแล้วอย่างมากมาย อาทิ ภาพยนตร์ทุก เรื่องของผู้กำกับนนทรีย์ นิมิบุตร (2499 อันธพาลครองเมือง, นางนาก, จันดารา, โอเคเบตง, ปืนใหญ่จอมสลัด) ภาพยนตร์เรื่องเหมืองแร่ ฯลฯ มารับผิดชอบในการเนรมิตโปรดักชั่น งานสร้างที่อ้างอิงจากสถาปัตยกรรม ของเขมร ในอดีตที่เต็มไปด้วยดีไซน์ที่แปลกตาน่าตื่นตะลึง อย่างที่ไม่เคยปรากฎในหนังแอ็คชั่นเรื่องใดมาก่อน อาทิแหล่งชุมโจรผาปีกครุฑศูนย์รวมนักสู้ ฝีมือฉกาจหลากเชื้อชาติที่บ่มเพาะการต่อสู้ทุกชนิดให้กับตัวละครที่จาพนมรับบทบาท โดยใช้โลเกชั่นเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา น้ำตกศิริพบ จังหวัดสระบุรี , ฉากการต่อสู้ไฮไลท์ที่ลานช้างพระราชวังหลวง ณ โลเกชั่นจังหวัดระยอง, ฉากการผชิญหน้า ครั้งสำคัญระหว่างจา พนมกับฝูง โขลงช้างป่ากว่า30-40เชือก ที่โลเกชั่นจังหวัดสุรินทร์ รวมไปถึงการเลือกใช้โลเกชั่นในจังหวัดต่างๆ ที่อยู่ในโครงการ UNSEEN THAILAND ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นจังหวัดกระบี่,จังหวัดเลย ฯลฯ มาถ่ายทอดลงบนจอภาพยนตร์โดยได้ ณัฐวุฒิ กิตติคุณ ผู้อยู่ เบื้องหลังงานกำกับภาพ ของ ตำนานสมเด็จพระนรเศวรมหาราช,องค์บาก,ต้มยำกุ้ง,โหมโรง,ฟ้าทะลายโจร,นางนาก ฯลฯ มารับหน้าที่ ในการออกแบบ และกำกับภาพให้กับภาพยนตร์เรื่อง องค์บาก 2

"องค์บาก2" คืออีกหนึ่งความภาคภูมิใจของคนไทย
สัมผัสความมันส์พร้อมกัน 5 ธันวาคม 2551 ทุกโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ
www.ongbak2themovie.com